วันพฤหัสบดีที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

  รัฐธรรมนูญ
 
 ในการศึกษาถึง กฎหมายรัฐธรรมนูญนี้ เราจะต้องทราบมาก่อนว่า กฎหมายมหาชนคืออะไร และ ต่างจากกฎหมายเอกชนอย่างไรบ้าง

            กฎหมายมหาชน เป็นกฎหมายที่กำหนดถึงฐานะและอำนาจที่รัฐกับพลเมืองในรัฐหรือความเกี่ยวพัน ระหว่างรัฐกับรัฐ กฎหมายมหาชน ได้แก่ กฎหมายอาญา กฎหมายปกครอง กฎหมายระหว่างประเทศ กฎหมายแรงงาน เป็นต้น      

            กฎหมายเอกชน เป็นกฎหมายที่กำหนดฐานะของเอกชน และวางระเบียบในเรื่องความสัมพันธ์ หรือความเกี่ยวพันระหว่างเอกชนด้วยกัน ได้แก่ กฎหมายแพ่ง กฎหมายพาณิชย์

ดังนี้เมื่อเราได้ทราบถึงความหมายของกฎหมายเอกชนและกฎหมายมหาชนแล้ว สามรถที่จะแยกความแตกต่างได้ เป็น 3 ประการคือ

1. ความแตกต่างในด้าน องค์กร คือ ในกฎหมายมหาชน รัฐในฐานะผู้ปกครองเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องในหน่วยงานของรัฐด้วยกัน หรือความเกี่ยวพันระหว่างตัวผู้ปกครองด้วยกันเอง ส่วนกฎหมายเอกชนนั้น เป็นกฎหมายที่ใช้สำหรับความสัมพันธ์ระหว่างผู้อยู่ใต้การปกครองด้วยกันทั้ง คู่ ซึ่งผู้ปกครองจะไม่เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเลย

2. ความแตกต่างทางด้าน เนื้อหา คือ เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์เป็นสำคัญ ซึ่งหมายความว่า กฎหมายมหาชน เป็นกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ของส่วนรวมหรือของประชาชน หรือที่เข้าใจกันว่าเป็น ประโยชน์สาธารณะส่วนกฎหมายเอกชน นั้นเป็นกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ของสมาชิกในแต่ละองค์กร ซึ่งเข้าใจกันว่า ผลประโยชน์ส่วนบุคคล

3. ความแตกต่างของ รูปแบบคือ กฎหมายมหาชนจะมีลักษณะเป็นการบังคับอีกฝ่ายหนึ่ง บุคคลหนึ่งสามรถที่จะบังคับให้เกิดผลทางกฎหมายแก่บุคคลอีกคนหนึ่งได้โดยไม่ ต้องได้รับการยินยอมจากอีกฝ่ายหนึ่ง ส่วนกฎหมายเอกชน นั้นจะต้องยึดถือหลักความตกลงยินยอมของคู่กรณีเป็นสำคัญ บุคคลคนหนึ่งไม่สามารถที่จะบังคับบุคคลอีกฝ่ายหนึ่งให้มีผลผูกพันได้หากอีก ฝ่ายหนึ่งไม่ยินยอม

                        ความหมายของคำว่า “กฎหมายรัฐธรรมนูญ” นั้น สามารถกล่าวได้ว่าเป็นส่วนหนึ่งของกฎหมายมหาชน ที่กำหนดหรือวางระเบียบ “สถาบันการเมือง” ของรัฐ ดังนี้การศึกษาถึงคำว่า “กฎหมายรัฐธรรมนูญ” นั้น ก็คือการศึกษาถึงสถาบันการเมืองในด้านกฎหมายนั่นเอง ซึ่งกฎเกณฑ์ที่กำหนดสถานะและความสัมพันธ์ ขององค์กรที่ใช้อำนาจสูงสุดต่อกันหรือต่อประชาชนและกฎเกณฑ์อื่น ซึ่งบรรจุอยู่ในรัฐธรรมนูญลายลักษณ์อักษร ที่มีการจัดทำและแก้ไขเพิ่มเติมแตกต่างจากกฎหมายธรรมดา (เน้นที่รูปแบบที่ปรากฏเป็นลายลักษณ์อักษร)
 
อำนาจอธิปไตย 
อำนาจอธิปไตย คือ อำนาจสูงสุดของรัฐ (Supreme Authority) ที่จะบังคับให้ประชาชนในรัฐปฏิบัติตามหรือกล่าวอีกนัยหนึ่งคือ เจตน์จำนงสูงสุดของรัฐ (The Supreme Will of State) ที่แสดงออกมาในลักษณะต่างๆ เช่นออกมาในรูปแบบคำสั่ง กฎหมาย ข้อบังคับ หรือ นโยบาย และผู้ที่แสดงออกซึ่งเจตน์จำนงสูงสุดนี้ก็คือ องค์อธิปัตย์ของรัฐนั่นเอง

            ลักษณะของอำนาจอธิปไตยนั้น มีอยู่ 4 ประการ คือ

  1. มีความสมบูรณ์ คือ มีความสมบูรณ์ในตัวมันเอง และไม่มีอำนาจอื่นใดที่จะมามีอำนาจเหนือกว่า ความสมบูรณ์ของอำนาจอธิปไตยนี้

  2. มีลักษณะทั่วไป คือ อำนาจอธิปไตยจะมีอยู่เหนือเอกชนและองค์กรในรัฐ จะมีข้อยกเว้นก็แต่เฉพาะผู้แทนหรือองค์กรของรัฐอื่น ได้แก่คณะทูตและภายในสถานทูต

  3. มีลักษณะถาวร คือ อำนาจอธิปไตยของรัฐจะยังคงมีอยู่ตราบเท่าที่รัฐนั้นยังคงดำรงตำแหน่งเป็นรัฐ อยู่ หรือตราบใดที่รัฐนั้นยังไม่ตกไปเป็นเมืองขึ้นของรัฐอื่น และแม้ว่าผู้ใช้อำนาจอธิปไตยจะเปลี่ยนไปจากบุคคลหนึ่งไปสู่บุคคลหนึ่ง อำนาจอธิปไตยนั้นยังคงอยู่อย่างถาวรเพราะเป็นการเปลี่ยนตัวผู้ใช้อำนาจเท่า นั้น แต่ถ้าเมื่อใดที่รัฐนั้นถูกทำลายไป ก็เท่ากับว่าอำนาจอธิปไตยของรัฐนั้นสลายไปพร้อมกับการสูญสิ้นความเป็นรัฐของ รัฐนั้น

  4. มีลักษณะที่แบ่งแยกไม่ได้ คือ ในรัฐๆหนึ่งนั้นจะต้องมีอำนาจอธิปไตยเพียงอำนาจเดียว ถ้ามีการแบ่งแยกอำนาจอธิปไตย ก็แสดงว่าขณะนั้นกำลังมีการเปลี่ยนแปลงแบ่งแยกดินแดนของรัฐ หากการเปลี่ยนแปลงดินแดนสำเร็จก็จะเกิดอำนาจอธิปไตยใหม่ขึ้นมาอีกอันหนึ่ง ซึ่งก็หมายถึงการเกิดรัฐใหม่ขึ้นมานั่นเอง 
 
สิทธิและเสรีภาพ 
 
   ความหมายของสิทธิและเสรีภาพ

            สิทธิ (Right) นั้น หมายถึง อำนาจหรือประโยชน์ที่กฎหมายรับรองคุ้งครองและบังคับให้ เช่น สิทธิในการรับมรดก เป็นต้น เป็นสิทธิที่บุคคลอื่นมีหน้าที่ต้องเคารพต่อสิทธิของเรา

            เสรีภาพ นั้นหมายถึง สถานภาพของบุคคลที่ไม่ได้ขึ้นอยู่กับบุคคลหนึ่งบุคคลใด หรือ หมายถึง อำนาจที่จะกระทำการโดยไม่อยู่ภายใต้การข่มขู่ของผู้ใด หรือ หมายถึง อำนาจของบุคคลซึ่งจะกระทำหรือละเว้นการกระทำอย่างใดอย่างหนึ่ง ซึ่งไม่เป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย

อย่าง ไรก็ตาม คำว่าสิทธิเสรีภาพสมัยนี้ นักวิชาการบางคนมีความเห็นตรงกันว่าคำสองคำนี้สามารถใช้แลกเปลี่ยนกันได้ แม้จะมิได้มีความหมายเหมือนกันนัก เปรียบเสมือนคนเรามักเรียก ด้านสองด้านของเหรียญคนละอย่าง แต่ก็หมายถึงเหรียญอันเดียวกันนั้นนั่นเอง 
 
ประเภทของรัฐธรรมนูญ

  1. รัฐธรรมนูญลายลักษณ์อักษร คือ เอกสารฉบับหนึ่ง หรือ หลายฉบับซึ่งรวบรวมกฎเกณฑ์การปกครองต่างๆของประเทศขึ้นไว้และได้จัดทำด้วย วิธีการที่แตกต่างจากการจัดทำกฎหมายธรรมดา การที่กล่าวว่าเป็นเอกสารซึ่งรวบรวมกฎต่างๆในการปกครองประเทศ ทางด้านการเมือง หมายความว่าเป็นเอกสารที่รวบรวมกฎเกณฑ์ที่กล่าวถึงตัวประมุขของรัฐ ซึ่งอาจเป็นกษัตริย์หรือประธานาธิบดี กล่าวถึงการใช้อำนาจอธิปไตยว่าใครเป็นผูใช้ ใช้อย่างไร และ ผู้ใช้อำนาจนี้มีความสัมพันธ์ซึ่งกันและกันอย่างไร การให้ความคุ้มครองและสิทธิ และ เสรีภาพ แก่ประชาชนอย่างไร วิธีการจัดทำเป็นพิเศษแตกต่างจากการจัดทำกฎหมายธรรมดา หมายความว่า ตัวผู้จัดทำรัฐธรรมนูญนั้น อาจเป็นผู้ทำการปฏิวัติก็ได้ สภาร่างรัฐธรรมนูญ หรือสภานิติบัญญัติก็ได้ ส่วนผู้จัดทำกฎหมายธรรมดานั้น โดยปกติจะจัดทำขึ้นมาโดยสภานิติบัญญัติที่เกิดขึ้นโดยรัฐธรรมนูญ

  2. รัฐธรรมนูญไม่เป็นลายลักษณ์อักษร หรือ ที่เรียกกันอีกอย่างหนึ่งว่ารัฐธรรมนูญจารีตประเพณีนั้น หมายถึง ขนบธรรมเนียม จารีตประเพณี คำพิพากษาของศาลยุติธรรม กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับกฎเกณฑ์การปกครองประเทศทางด้านการเมือง ธรรมเนียมการปฏิบัติที่ยึดถือติดต่อกันมาเป็นเวลาช้านาน รวมกันเป็นบทบัญญัติที่มีอำนาจเป็นกฎหมายสูงสุด กำหนดรูปแบบของรัฐ ทั้งๆที่ไม่ได้เขียนรวบรวมไว้เป็นรูปเล่ม

 
ข้อดีข้อเสียของรัฐธรรมนูญลายลักษณ์อักษร

   ข้อดี

  1. รัฐธรรมนูญลายลักษณ์อักษร ย่อมเป็นรัฐธรรมนูญที่มีข้อความแน่นอน และบัญญัติไว้ชัดเจนเป็นตัวหนังสือ

  2. รัฐ ธรรมนูญลายลักษณ์อักษร ถือว่าการร่างได้กระทำโดยรอบคอบแล้ว เพราะผู้ร่างนั้นได้มีโอกาสพิจารณาความบกพร่องที่ได้เกิดขึ้นแล้ว และย่อมหาทางแก้ไขข้อบกพร่องดังกล่าวแล้ว

  3. รัฐธรรมนูญลายลักษณ์อักษรย่อมป้องกันมิให้เกิดปัญหาการขัดแย้งระหว่างอำนาจต่างๆของรัฐธรรมนูญ เพราะมีบทบัญญัติไว้ชัดแจ้ง

  4. รัฐ ธรรมนูญลายลักษณ์อักษรย่อมมีความมั่งคงกว่ารัฐธรรมนูญจารีตประเพณีเพราะย่อม ใช้อยู่จนกว่าจะได้แก้ไขเพิ่มเติม โดยวิธีทางรัฐธรรมนูญหรือถูกยกเลิกไป

  5. รัฐธรรมนูญลายลักษณ์อักษรย่อมเหมาะสมกับระบอบประชาธิปไตยเพราะในการปกครองระบอบนี้ อำนาจอธิปไตยเป็นของราษฎร

  6. รัฐธรรมนูญลายลักษณ์อักษรย่อมกำหนดสิทธิเสรีภาพของราษฎร จึงเป็นการคุ้มครองราษฎรดีกว่ารัฐธรรมนูญจารีตประเพณี 
  7. รัฐธรรมนูญลายลักษณ์อักษร การละเมิดหรือฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญย่อมทราบได้ง่ายเพราะมีบทบัญญัติแน่นอน 
 
  ข้อเสีย

  1. การ กำหนดบทบัญญัติต่างๆย่อมเป็นแต่เพียงการคาดคะเน จึงไม่เหมาะสมกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงๆ หรือเกิดขึ้นภายหลังก็ได้ เนื่องจากพฤติการณ์อาจเปลี่ยนแปลงได้เสมอ ดังนั้น รัฐธรรมนูญลายลักษณ์อักษรจึงอาจเกิดความผิดพลาดได้ ส่วนรัฐธรรมนูญจารีตประเพณีนั้น เป็นสิ่งที่เหมาะสมปฏิบัติต่อเนื่องกันมา อะไรที่ไม่เหมาะสมก็ยกเลิกกันไป ดังนั้นจึงเหมาะสมกับฐานะความเป็นอยู่ของประเทศ

  2. รัฐ ธรรมนูญลายลักษณ์อักษรมีความตายตัวมากเกินไป จึงทำให้ต้องแก้ไขกันอยู่เป็นประจำในเมื่อการปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญนั้นเกิด ความไม่เหมาะสมขึ้น และในกรณีที่ไม่สามารถแก้ไขรัฐธรรมนูญตามวิถีทางของรัฐธรรมนูญได้ ก็จะทำให้เกิดการปฏิวัติหรือ รัฐประหารขึ้น

  3. โดย ที่รัฐธรรมนูญรัฐธรรมนูญลายลักษณ์อักษรบัญญัติข้อความไว้แน่นอน รัฐธรรมนูญลายลักษณ์อักษรจึงมีลักษณะไม่ยืดหยุ่นตามสถานการณ์บ้านเมือง เหมือนรัฐธรรมนูญจารีตประเพณี
  
ข้อดีข้อเสียของรัฐธรรมนูญจารีตประเพณี
  ข้อดี

  1. รัฐ ธรรมนูญจารีตประเพณีย่อมป้องกันการปฏิวัติหรือรัฐประหารได้เพราะความไม่แข็ง กระด้างตายตัวเหมือนรัฐธรรมนูญลาลักษณ์อักษร จึงไม่จำเป็นต้องละเมิดหรือฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญโดยใช้กำลังบังคับ

  2. รัฐธรรมนูญจารีตประเพณีมีลักษณะ ยืดหยุ่น อาจสามารถพลิกแพลงใช้ได้ในหลายสถานการณ์

  3. รัฐ ธรรมนูญจารีตประเพณีเกิดขึ้นโดยวิวัฒนาการและการเปลี่ยนแปลงไปโดยที่ราษฎร ไม่รู้ตัว คือ เมื่อมีเหตุการณ์ใด ก็มีการปฏิบัติเช่นนั้นมาโดยตลอดจนชิน


  ข้อเสีย

  1. ไม่มีความแน่นอนทำให้เกิดปัญหาได้ง่าย ว่ารัฐธรรมนูญมีบทบัญญัติเช่นไร 
   2. ไม่ เปิดโอกาสให้ทดลองวิธีใหม่ๆ ซึ่งไม่สามารถนำมาใช้โดยวิวัฒนาการได้ เพราะวิวัฒนาการนั้นต้องอาศัยของเดิม เช่น คณะตุลาการรัฐธรรมนูญย่อมไม่อาจเกิดขึ้นได้โดยทางวิวัฒนาการได้